วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556



ทำความรู้จักกับนักร้องนำวงร็อคยอดนิยมของเมืองไทย ที่ชื่อ ตูน วง บอดี้สแลม กันครับ ซึ่งตอนนี้พี่ตูนงานเยอะมาก ถือว่าเป็นปีทองเลยก็ว่าได้

ชื่อเกิด อาทิวราห์ คงมาลัย
ชื่อเล่น ตูน
ฉายา ตูน บอดี้สแลม
วันเกิด 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2522
แนวเพลง
-โมเดิร์น ร็อก
-โพสต์ ฮาร์ดคอร์
-ป็อปพังค์
-ป็อปร็อก
-อีโม
อาชีพ นักร้อง
ปี พ.ศ. 2539 – ปัจจุบัน
ค่าย จีเอ็มเอ็มแกรมมี่ (จีนี่เรคอร์ดส), มิวสิก บั๊กส์
ส่วนเกี่ยวข้อง บอดี้สแลม, ละอ่อน
การศึกษา
ประถมศึกษา โรงเรียน สุพรรณบุรี[1]
มัธยมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ประสบการณ์ทางด้านดนตรี
อดีตสมาชิกวงละอ่อน
ร้องแร็พให้กับวง Big Ass
เล่นดนตรีกลางคืน ในนามวง กุหลาบขาว
ผลงานที่ผ่านมา
อัลบั้ม ละอ่อน
อัลบั้มพิเศษ “เทพนิยายนายเสนาะ”
ผลงานเพลง
ดูเพิ่มเติม บอดี้สแลม
อัลบั้ม Bodyslam (พ.ศ. 2545)
อัลบั้ม Drive (พ.ศ. 2546)
อัลบั้ม Believe (พ.ศ. 2548)
อัลบั้ม Save My Life (พ.ศ. 2550)
อัลบั้ม Project “PLAY” (พ.ศ. 2552)
อัลบั้ม คราม (พ.ศ. 2553)
ผลงานโฆษณา
Yamaha spark
M 150
Pepsi
Misubishi Triton
รางวัล
ลูกกตัญญูดีเด่นเนื่องในวันแม่แห่งชาติ 2549

รางวัล
พ.ศ. 2549
งานเอ็มทีวี เอเชีย อวอร์ดสสาขาศิลปินยอดนิยมประเทศไทย
บอดี้สแลมได้เข้าชิงหนึ่งใน 5 งานเอ็มทีวี เอเชีย และ ในปีเดียวกันนี้ ตูน บอดี้สแลม ก็ได้เข้ารับรางวัล ลูกกตัญญูดีเด่นเนื่องในวันแม่แห่งชาติ 2549 ร่วมกับศิลปินอื่นวงอื่น ๆ เช่น แบงค์ แคลช
FAT AWARDS ครั้งที่ 4 ณ ลานกลางแจ้ง ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
Song of the Year – เพลง ความเชื่อ
อัลบั้มยอดนิยม – อัลบั้ม Believe
Seed Awards ครั้งที่ 1 ประจำปี 2005
รางวัลศิลปินร็อกยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี
รางวัลเพลงยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี – เพลง ความเชื่อ
พ.ศ 2550
สีสันอวอร์ด ครั้งที่ 20
ศิลปินกลุ่มร็อกยอดเยี่ยม
อัลบั้มร็อกยอดเยี่ยม – อัลบัม Save my live
เพลงร็อกยอดเยี่ยม – เพลง ยาพิษ
พ.ศ 2551
FAT AWARDS ครั้งที่ 6 [5]
Record of The Year – เพลง ยาพิษ
Music Express Awards 2007
วงดนตรียอดนิยม
มิวสิกวีดีโอยอดนิยม – เพลง ยาพิษ
Seed Awards ครั้งที่ 3
ศิลปินร็อกยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี
อัลบั้มร็อกยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี – อัลบั้ม Save My Life
พ.ศ 2553
SEED AWARDS ครั้งที่ 5
รางวัลศิลปินร็อกยอดนิยมสุดซี๊ดประจำปี
พ.ศ. 2554
คม ชัด ลึก อวอร์ด ครั้งที่ 8 ประเภทเพลงไทยสากล
เพลงยอดเยี่ยม
อัลบั้มยอดเยี่ยม
ศิลปินกลุ่มยอดเยี่ยม
รางวัล Seed Awards ครั้งที่ 6
รางวัลศิลปินร็อกยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี
รางวัลอัลบั้มร็อกยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี
รางวัลอัลบั้มยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี
รางวัลเพลงยอดเยี่ยมสุดซี้ดประจำปี
รางวัลสีสันอวอร์ดส์ ครั้งที่ 23
เพลงในการบันทึกเสียงยอดเยี่ยม – เพลง คิดฮอด
เพลงร็อกยอดเยี่ยม – เพลง คราม
คอนเสิร์ต
พ.ศ. 2547
วันเที่ 17 เมษายน 2547 คอนเสิร์ต HOTWAVE LIVE : BODYSLAM MAXIMUM LIVE จัด ณ หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ( ท่าพระจันทร์ )
ซึ่งเป็นคอนเสิร์ตที่ทางคลื่นร้อน 91.5 Hot Wave จัดให้โดยเป็นคอนเสิร์ตครั้งแรกของทั้ง 3 หนุ่ม ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัย, ปิ๊ด-ธนดล ช้างเสวก, เภา-รัฐพล พรรณเชษฐ โดยมีศิลปินรับเชิญคือ ปู แบล็คเฮด, อ๊อฟ บิ๊กแอส, ป๊อด โมเดิร์นด็อก
พ.ศ 2548
14 พฤษภาคม 2548 คอนเสิร์ตวันคุ้มครองโลก ( Earth day ) ในชื่อ “Bodyslam Believe Concert” ที่ Thunder Dome เมืองทองธานี
โดยมีแขกรับเชิญ 2 คน คือ บอย – อนุวัฒน์ สงวนศักดิ์ภักดี ( บอย PEACEMAKER ) และ เภา – รัฐพล พรรณเชษฐ์ อดีตมือกีตาร์ BODYSLAM ปัจจุบันออกอัลบั้มเดี่ยวชื่อ PAO PRESENT PERFECT
9 ตุลาคม 2548 คอนเสิร์ต BIG BODY ที่ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
จัดร่วมกับวงร็อกรุ่นพี่ บิ๊กแอส
พ.ศ 2549
22 เมษายน 2549 คอนเสิร์ต M-150 สุดชีวิตคนไทย ที่ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
แสดงร่วมกับ บิ๊กแอส, โปเตโต้, เสก โลโซ, ลานนา คัมมินส์, และ ไมค์ ภิรมย์พร
พ.ศ 2550
20-21 ตุลาคม 2550 คอนเสิร์ต BODYSLAM SAVE MY LIFE CONCERT ที่อินดอร์ สเตเดี้ยม หัวหมาก
20 ต.ค. มีแขกรับเชิญคือ โก้ Mr.Saxman (เพลง นาฬิกาตาย) , ปู พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ (เพลง ความเชื่อ,แม่) และ ปนัดดา เรืองวุฒิ (เพลง แค่หลับตา) และทีมเชียร์ลีดเดอร์จากมหาวิทยาลัยรังสิต ในเพลงท่านผู้ชม
21 ต.ค. มี โก้ Mr.Saxman (เพลงนาฬิกาตาย) , แอ๊ด คาราบาว (เพลง ความเชื่อ,รักต้องสู้) และ ปนัดดา เรืองวุฒิ (เพลง แค่หลับตา) และทีมเชียร์ลีดเดอร์จากมหาวิทยาลัยรังสิต ในเพลงท่านผู้ชม
พ.ศ 2551
5 กรกฎาคม 2551 คอนเสิร์ต EVERY BODYSLAM CONCERT ที่ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี
โดยมีศิลปินรับเชิญคือ ฟักแฟง โน มอร์ เทียร์-ไปรยา มลาศรี (เพลง แค่หลับตา) และ บุดด้าเบลส (เพลง Low และ Bump Boom Boom)
พ.ศ 2553
27 พศจิกายน 2553 คอนเสิร์ต SODA CHANG present BODYSLAM LIVE IN คราม by AIR ASIA ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถาน (การกีฬาแห่งประเทศไทย)
โดยมีศิลปินรับเชิญคือ อุ๋ย บุดด้าเบลส & ฟักกลิ้ง ฮีโร่ (เพลง Sticker), ศิริพร อำไพพงษ์ (เพลง คิดฮอด) และ วง บิ๊กแอส (เพลง อย่างน้อย,เล่นของสูง,คนไม่เอาถ่าน)
 ที่มา  http://www.darafever.com/%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A2/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%95%E0%B8%B9%E0%B8%99-bodyslam-%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B9%8C-%E0%B8%84%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%A2 


ประวัติตุ๊กกี้
วงษ์คำเหลา
ประวัติตุ๊กกี้

วงษ์คำเหลา
ประวัติตุ๊กกี้



เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก สหมงคลฟิล์ม

            ฉันไม่สวย ฉันไม่รวย ฉันไม่เริ่ด แต่ฉันเป็นสาวมั่น(มาก) และที่สำคัญฉัน "ฮา" ระเบิดระเบ้อ เชียวล่ะ
            "ฉัน"...ที่เราเอ่ยถึง เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเธอคือ "ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ" ที่เวลานี้ฮอตกว่าใคร!!!

            ประวัติตุ๊กกี้ ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรหม หรือ ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ สาวผู้ซึ่งมีบุคคลิกอันโดดเด่น ด้วยรูปร่างเล็ก(สั้น) กะทัดรัด เธอเป็นที่รู้จักจากรายการเกมโชว์สุดฮิต "ชิงร้อย ชิงล้าน" ที่ตัวเองเคยเป็นหลังฉาก รับหน้าที่ดูแลเสื้อผ้าให้ทีมงาน หรือที่เรียกกันว่า "คอสตูม" แต่เมื่อสบโอกาสนักแสดงประกอบไม่มา ตุ๊กกี้ ก็ได้เล่นประกบรุ่นพี่ตลก "สามช่า" หม่ำ-เท่ง-โหน่ง และนับจากนั้นเธอก็ "เกิด"ในวงการบันเทิงไทย
            แต่ใช่ว่า ตุ๊กกี้ จะดังเพราะ "ดวง" เพียงอย่างเดียว ฝีมือการแสดงและความกล้าของเธอต่างหากที่เป็นตัวช่วยส่งให้ "ดัง" ในทุกวันนี้ จะเห็นได้ว่า แต่ละฉาก แต่ละโชว์ในรายการ "ชิงร้อย ชิงล้าน" เธอคือเจ้าแม่ "เยอะได้อีก" โดยเฉพาะขนตาปลอมหลายชั้นหลากสีที่ ตุ๊กกี้ ตั้งใจให้เป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ นี่ยังไม่นับสไตล์การแต่งหน้าแต่งตัว ที่ใคร ๆ ก็มองว่า ช่างสวนทางกับหน้าตาเสียจริง ๆ แต่นั่นแหละที่มาของความฮา (จริงไหม)



ประวัติตุ๊กกี้


            หลังโผล่หน้าร่วมเรียกเสียงฮากับพี่ ๆ แก๊งสามช่าได้ไม่นาน ตุ๊กกี้ เริ่มมีผลงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ตลกหกฉาก, ระเบิดเถิดเทิง, หม่ำโชว์, ล้วงลับตับแตก, แฟกทอรีที่รัก,วงษ์คำเหลา เดอะซีรีส์ ฯลฯ รวมถึงงานหนังอีกเพียบ ได้แก่ แหยม ยโสธร, โหน่ง เท่ง นักเลงภูเขาทอง, เท่งโหน่งคนมาหาเฮีย, บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2, ว้อหมาบ้ามหา สนุก, แต๋วเตะตีนระเบิด, วงษ์ คำเหลา,  หอแต๋วแตก แหกกระเจิง, แหยม ยโสธร 2, โป๊ะแตก (รับเชิญ) และล่าสุดที่ ตุ๊กกี้ เลื่อนขั้นเป็นนางเอกในภาพยนตร์อารมณ์ดี "ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ" ประกบคู่กับหนุ่มในดวงใจ(สมัยเด็ก) หลุยส์ สก๊อต

            ประวัติตุ๊กกี้ และเส้นทางความดังของ ตุ๊กกี้ เป็นที่รู้กันดีว่า "ดราม่า" ยิ่งกว่าละคร ประวัติตุ๊กกี้ นั้นเธอบอกว่า หลังเรียนจบจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขานาฏศิลป์ไทย มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ก็เลือกไปทำงานที่ภูเก็ตแฟนตาซี ด้วยเหตุผลเพียงว่า ถ้าเป็นกรุงเทพฯ หน้าตาและสัดส่วนของเธออาจไม่ผ่านด้านงานการแสดง ซึ่งขณะทำงานที่ภูเก็ตแฟนตาซี ตุ๊กกี้ มีรายได้ 30,000 บาทต่อเดือน เธอส่งเงินทุกบาทให้กับทางบ้าน และยังชีพด้วยเงินเบี้ยเลี้ยง โดยมีเสื้อผ้าใส่เพียงแค่ 5 ชุด คือชุดนอนและชุดทำงาน

            แต่ด้วยความใฝ่ฝันตั้งแต่สมัยเรียนที่อยากจะทำงานกับ "เวิร์คพ้อยท์" เมื่อเห็นว่ามีการประกาศรับสมัครคนดูแลเสื้อผ้า ตุ๊กกี้ จึงไม่ลังเล และโชคก็เข้าข้าง เพราะผู้บริหารที่คัดคนเข้าทำงานเพิ่งไป ดู "ภูเก็ตแฟนตาซี" และพวกเขาชอบการแสดงของเธอ ทำให้ ตุ๊กกี้ ตัดสินใจลาออกจากงานเก่า มาเป็นคอสตูม แลกกับเงิน 7,500 บาท บวกโอทีแล้ว มีรายได้ไม่เกิน 10,000 บาทต่อเดือน แต่เพราะใจรักและอยากทำ เรื่องเงินจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเธอ



ประวัติตุ๊กกี้


            เมื่อเงินเดือนน้อยลง แต่ยอดเงินที่ส่งให้ทางบ้านยังคงเท่าเดิมไม่มีเปลี่ยน ตุ๊กกี้ ใช้วิธีสมัครบัตรเครดิต แล้วรูดนำเงินสดมาทดแทนเงินเดือนส่วนที่หายไปเพื่อส่งให้ทางบ้าน ทำให้เธอมีหนี้สินนับแสนบาท แต่เมื่อได้มาเป็น ตุ๊กกี้ ชิงร้อยฯ หนี้สินต่าง ๆ ถูกเคลียร์หมดในเวลาไม่นาน แถมเธอยังมีเงินเป็นกอบเป็นกำ สามารถสร้างบ้านหลังใหม่ให้พ่อกับแม่ได้อยู่อย่างสบาย และมี น้องบลายธ์ หรือตุ๊กตาบลายธ์ เป็นของสะสมอีก 20 กว่าตัวด้วย

            นอกจากจะลัคกี้อินเกมแล้ว สาวอารมณ์คนนี้ยังลัคกี้อินเลิฟเสียด้วย เมื่อไม่นานมานี้ ตุ๊กกี้ ควงหวานใจฮิพฮอพ แฟนตุ๊กกี้ "บูบู๋" กำธร โพธิ์น้ำคำ มาเปิดตัวและเผยว่าคบหาดูใจกันมานานถึง 6 ปีแล้ว โดยเริ่มต้นจากการที่หนุ่ม บูบู๋ ถูกใจท่าเต้นประจำกายของสาว ตุ๊กกี้ เอามาก ๆ จนเป็นที่มาให้ทั้งคู่แลกเบอร์โทรศัพท์กันและคุยกัน เรื่อยมาในฐานะเพื่อน ก่อนจะตกลงกันว่าให้หยุดการคุยทางโทรศัพท์ชั่วคราวเพื่อวัดใจดู ว่า ใครมีใจ และโทรหาอีกฝ่ายก่อน ซึ่งผลก็คือ ตุ๊กกี้ เป็นฝ่ายโทรหา บูบู๋ ก่อน และยอมรับว่ามีใจให้ ทั้งคู่เลยได้เป็นเพื่อนคู่ใจกันมาจนถึงวันนี้
            แม้ว่าชีวิตทุกวันนี้ของ ตุ๊กกี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดสูงสุดในชีวิต และเป็นเรื่องที่เจ้าตัวยอมรับว่าเป็นสิ่งที่เกินความคาดฝันมาก ๆ แต่ ตุ๊กกี้ ก็บอกว่าตัวเองยังมีสิ่งที่ขาด และคิดว่าจะขาดไปอีกตลอดชีวิต นั่นคือ "ความสวย" !!!

            ...แต่จะว่าไป "ความฮา" และผลงาน ต่างหากเล่า ที่ทำให้คนทั้งประเทศเทใจรัก และยกให้ ตุ๊กกี้ เป็นไอดอลสตาร์ที่ฮอตกว่าใครในห้วงเวลานี้

ประวัติตุ๊กกี้


        ประวัติตุ๊กกี้

            ชื่อ : ตุ๊กกี้ สุดารัตน์ บุตรพรหม

            เกิดวันที่ : 15 มีนาคม พ.ศ. 2522 ปัจจุบันอายุ 31 ปี

            ภูมิลำเนา : เป็นชาวจังหวัดอุดรธานี

            ฉายา : ตุ๊กกี้ ชิงร้อย, ตุ๊กกี้ สามช่า


        ประวัติตุ๊กกี้ : ผลงาน 

            รายการโทรทัศน์
             ชิงร้อยชิงล้าน

             ตลกหกฉาก

             แผงลอยคอยเก้อ จากรายการ ระเบิดเถิดเทิง

             ล้วงลับตับแตก

             แฟกทอรีที่รัก

             วงษ์คำเหลา เดอะซีรีส์


         ประวัติตุ๊กกี้ : ภาพยนตร์
             ปี พ.ศ.2548 แหยม ยโสธร ...สาวน้อยตกน้ำ (นักแสดงประกอบ)

             ปี พ.ศ.2549 โหน่ง เท่ง นักเลงภูเขาทอง เลขาผู้กำกับ (นักแสดงประกอบ)

             ปี พ.ศ.2550 เท่งโหน่งคนมาหาเฮีย ...คู่กับ โหน่ง ชะชะช่า

             ปี พ.ศ.2551 บอดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม 2 ...นักร้องมาแคสติ้ง (นักแสดงประกอบ)

             ปี พ.ศ.2551 ว้อหมาบ้ามหาสนุก ...กระแต คู่กับ ชูษี เชิญยิ้ม

             ปี พ.ศ.2552 แต๋วเตะตีนระเบิด

             ปี พ.ศ.2552 วงษ์คำเหลา ...หญิงนุช

             ปี พ.ศ.2552 หอแต๋วแตก แหกกระเจิง... อุษาวดี

             ปี พ.ศ.2552 แหยม ยโสธร 2 (รับเชิญ)

             ปี พ.ศ.2553 โป๊ะแตก (รับเชิญ)

             ปี พ.ศ.2553 ตุ๊กกี้ เจ้าหญิงขายกบ คู่กับ หลุยส์ สก๊อต


       ประวัติตุ๊กกี้ : หนังสือ
             ปี พ.ศ. 2552 อักลี่ ตุ๊กกี้


ที่มา http://women.kapook.com/view3442.html


justin bieber

justin bieber

justin bieber

justin bieber

justin bieber

justin bieber

justin bieber

justin bieber

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก justinpictures.org

           กลายเป็นหนุ่มน้อยมหัศจรรย์ที่โด่งดังไปทั่วโลกไปซะแล้ว สำหรับ จัสติน บีเบอร์ (Justin Bieber) ที่เคยสร้างปรากฏการณ์เล็กพริกขี้หนู ปล่อยเพลง One Time และ One Less Lonely Girlให้ดังตู้มต้ามติดชาร์ตเพลงสากลไปทั่วโลกเมื่อปลายปีก่อน และตอนนี้เค้ากลับมาอีกครั้งแล้วค่ะ กับอัลบั้มใหม่ My World 2.0 ที่เปิดตัวด้วยซิงเกิลใหม่อย่างเพลง Baby ที่ตอนนี้ก็เริ่มจะกลายเป็นเพลงคุ้นหู ที่เปิดบ่อยในคลื่นเพลงสากลกันไปแล้ว และแน่นอน ผลงานคุณภาพของเขายังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเลยทีเดียว

justin bieber

justin bieber

           อ๊ะ ๆ นาทีนี้ถ้าใครบอกว่าไม่เคยฟังเพลงของ justin bieber หรือบอกว่าไม่รู้จักหนุ่มน้อยมหัศจรรย์คนนี้เลยนี่ รีบไปหาเพลงของเค้ามาฟังด่วน เพราะถ้าไม่เคยฟังเลยจะถือว่าเชยมาก ๆ เลยนะคะนี่ อะ ๆ แต่เอาเป็นว่าวันนี้กระปุกดอทคอมจะขอพาไปทำความรู้จักกับ justin bieber ประวัติของหนุ่มคนนี้กันหน่อยแล้วกัน ดังตั้งแต่ยังเด็กแถมเพลงของเขายังมาแรงแซงทางโค้งแบบนี้ ไม่รู้จักเห็นทีจะไม่ได้แล้วล่ะ

           justin bieber หรือ Justin Drew Bieber หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า เจบี นักร้องหนุ่มน้อยชาวแคนาดาวัย 16 ปีคนนี้ เกิดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม ค.ศ.1994 (พ.ศ.2537) เขาเริ่มเป็นที่รู้จักในปี ค.ศ.2006 (พ.ศ.2549) เมื่อได้เข้าแข่งขันร้องเพลงและได้ตำแหน่งรองชนะเลิศในเวที Stratford Idol และในปี 2007 แม่ของหนุ่มน้อยเจบีได้อัดวิดีโอการร้องเพลงของเจบี แล้วเผยแพร่ลงใน youtube.com และกลายเป็นที่รู้จักในหมู่นักท่องอินเทอร์เน็ต จนสุดท้ายผลงานของ justin bieberได้ไปเตะตา Scooter Braun ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเจบีในปัจจุบัน ในตอนนั้น Braun ได้ส่งผลงานให้ Usher โปรดิวเซอร์ระดับเซียน และนั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของความโด่งดังของหนุ่มเจบีคนนี้

justin bieber

justin bieber

           justin bieber มีผลงานเพลงชุดแรกออกมาให้ฟังเมื่อเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.2009 (พ.ศ.2552) ในอัมบั้มที่ชื่อว่า "One Time" โดยเพลงนี้มี Usher มาร่วมร้องด้วย ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด เพราะไม่มีใครเคยคิดว่า หนุ่มน้อยคนนี้จะสร้างปรากฏการณ์เขย่าวงการเพลงด้วยการส่งเพลง "One Time" ให้ฮิตติดชาร์ตเพลงสากลไปทั่วโลก ก่อนจะปล่อยเพลง "One Less Lonely Girl", "Love Me", และ "Favorite Girl" ให้ติดชาร์ตตามกันมาติด ๆ และแน่นอนว่า เป็นหนุ่มอายุน้อยแต่มากความสามารถแบบนี้ ก็เลยกวาดคะแนนความฮอตจากคนฟังไปได้อย่างง่ายดาย ถือเป็นนักร้องหน้าใหม่ที่มาแรงที่สุดคนหนึ่งแห่งปี จนนิตยสารระดับโลกอย่าง Billboard, People, US Weekly และ Entertainment Weekly ต้องนำเรื่องราวของ justin bieber ประวัติของเขาไปตีพิมพ์ เรียกว่าไม่ใช่ธรรมดา ๆ เลยนะเนี่ย

justin bieber

justin bieber

           จากปลายปีที่แล้วถึงตอนนี้ นับเป็นระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น justin bieber กลับมาพร้อมกับอัลบั้มใหม่ My World 2.0 ด้วยซิงเกิ้ลแรก Baby เพลงแนว R&B แบบเดิม ที่กำลังเป็นที่รู้จักในขณะนี้ และมีวี่แววว่า อัลบั้มที่ 2 ของเขา จะสร้างปรากฏการณ์ความแรงได้ไม่แพ้อัลบั้มแรกแน่นอน


ที่มา http://women.kapook.com/view11966.html

ประวัติวันสงกรานต์

     ตำนานของ วันสงกรานต์ นี้มีปรากฎในศิลาจารึกที่ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร โดยย่อว่า มีบุตรของเศรษฐีคนหนึ่งชื่อ ธรรมบาลกุมาร เป็นผู้ที่รู้ภาษานกแล้ว เรียนไตรเพทจบ เมื่ออายุได้เจ็ดขวบ ได้เป็นอาจารย์บอกมงคลต่างๆ แก่มนุษย์ทั้งปวง ซึ่งในขณะนั้น โลกทั้งหลายนับถือท้าวมหาพรหมและกบิลพรหมองค์หนึ่งว่า เป็นผู้แสดงมงคลแก่มนุษย์ทั้งปวง เมื่อกบิลพรหมทราบ จึงลงมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมาร ๓ ข้อ สัญญาไว้ว่า ถ้าแก้ปัญหาได้จะตัดศีรษะบูชา ถ้าแก้ไม่ได้จะตัดศีรษะธรรมบาลกุมาร
         

     ธรรมบาลขอผลัด ๗ วัน ครั้นล่วงไปได้ ๖ วัน ธรรมบาลกุมารก็ยังคิดไม่ได้ จึงลงจากปราสาทไปนอนอยู่ใต้ต้นตาลสองต้น   มีนกอินทรี ๒ ตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นตาลนั้น ครั้งเวลาค่ำนางนกอินทรีจึงถามสามีว่า พรุ่งนี้จะได้อาหารแห่งใด สามีบอกว่า จะได้กินศพธรรมบาลกุมาร ซึ่งท้าวกบิลพรหมจะฆ่าเสีย เพราะทายปัญหาไม่ออก นางนกถามว่า ปัญหานั้นอย่างไรสามีจึงบอกว่า ปัญหาว่าเช้าราศีอยู่แห่งใด เที่ยงราศีอยู่แห่งใด ค่ำราศีอยู่แห่งใด นางนกถามว่า จะแก้อย่างไร สามีบอกว่า เช้าราศีอยู่หน้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างหน้า เวลาเที่ยงราศีอยู่อก มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาเครื่องหอมประพรมที่อก เวลาค่ำราศีอยู่เท้า มนุษย์ทั้งหลายจึงเอาน้ำล้างเท้า ครั้งรุ่งขึ้นท้าวกบิลพรหมมาถาม ปัญหาธรรมบาลกุมารก็แก้ตามที่ได้ยินมา ท้าวกบิลพรหมจึงตรัสเรียกเทพธิดาทั้ง ๗ อันเป็นบริจาริกาพระอินทร์มาพร้อมกัน แล้วบอกว่า เราจะตัดศีรษะบูชาธรรมบาลกุมาล ศีรษะของเราถ้าจะตั้งไว้บนแผ่นดินไฟก็จะไหม้ทั่วโลก ถ้าจะทิ้งขึ้นบนอากาศ ฝนก็จะแล้ง ถ้าจะทิ้งไว้ในมหาสมุทรน้ำก็จะแห้ง จึงให้ธิดาทั้งเจ็ดนั้นเอาพานมารับศีรษะ แล้วก็ตัดศีรษะส่งให้ธิดาผู้ใหญ่ นางจึงเอาพานมารับพระเศียรบิดาไว้แล้ว แห่ทำประทักษิณ รอบเขาพระสุเมรุ ๖๐ นาที แล้วก็เชิญประดิษฐานไว้ในมณฆปถ้ำคันธุลีเขาไกรลาศ บูชาด้วยเครื่องทิพย์ต่างๆ พระเวสสุกรรมก็นฤมิตรแล้วด้วย แก้วเจ็ดประการชื่อ ภควดีให้เป็นที่ประชุมเทวดา เทวดาทั้งปวงก็นำเอาเถาฉมุลาด ลงมาล้างในสระอโนดาตเจ็ดครั้งแล้วแจกกันสังเวยทุกๆ พระองค์ครั้งถึงครบกำหนด ๓๖๕ วัน โลกสมมติว่า ปีหนึ่งเป็นสงกรานต์นางเทพธิดาเจ็ดองค์ จึงผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรท้าวกบิลพรหม ออกแห่ประทักษิณเขาพระสุเมรุทุกปี แล้วกลับไปเทวโลก ซึ่งลูกสาวทั้งเจ็ดของท้าวกบิลพรหมนั้น เราสมมติเรียกว่า นางสงกรานต์ มีชื่อต่างๆ ดังนี้ ทุงษ , โคราค , รากษส , มัณฑา , กิริณี , กิมิทา และ มโหทร

          คำว่า " สงกรานต์ " มาจากภาษาสันสฤกตว่า สํ - กรานต แปลว่า ก้าวขี้น ย่างขึ้น หรือก้าวขึ้น การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือพระอาทิตย์ย่างขึ้น สู่ราศีใหม่ หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ ซึ่งตกอยู่ในวันที่ ๑๓ , ๑๔ , ๑๕ เมษายนทุกปี แต่วันสงกรานต์นั้นคือ วันที่ ๑๓ เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ วันที่ ๑๔ เป็นวันเนา วันที่ ๑๕ เป็นวันเถลิงศก 

วันสงกรานต์










                                                                      


ความหมายของคำที่เกี่ยวข้องกับสงกรานต์ มีดังนี้

          สงกรานต์ ที่แปลว่า " ก้าวขึ้น " " ย่างขึ้น " นั้นหมายถึง การที่ดวงอาทิตย์ ขึ้นสู่ราศีใหม่ อันเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทุกเดือน ที่เรียกว่าสงกรานต์เดือน แต่เมื่อครบ ๑๒ เดือนแล้วย่างขึ้นราศีเมษอีก จัดเป็นสงกรานต์ปี ถือว่าเป็น วันขึ้นปีใหม่ทางสุริยคติ ในทางโหราศาสตร์

          มหาสงกรานต์ แปลว่า ก้าวขึ้นหรือย่างขึ้นครั้งใหญ่ หมายถึงสงกรานต์ปี คือปีใหม่อย่างเดียว กล่าวคือสงกรานต์หมายถึง ได้ทั้งสงกรานต์เดือนและสงกรานต์ปี แต่มหาสงกรานต์ หมายถึง สงกรานต์ปีอย่างเดียว

          วันเนา แปลว่า " วันอยู่ " คำว่า " เนา " แปลว่า " อยู่ " หมายความว่าเป็นวันถัดจากวันมหาสงกรานต์มา ๑ วัน วันมหาสงกรานต์เป็นวันที่ดวงอาทิตย์ย่างสู่ราศีตั้งต้นปีใหม่ วันเนาเป็นวันที่ดวงอาทิตย์เข้าที่เข้าทาง ในวันราศีตั้งต้นใหม่เรียบร้อยแล้ว คืออยู่ประจำที่แล้ว

          วันเถลิงศก แปลว่า " วันขึ้นศก " เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ การที่เปลี่ยนวันขึ้นศกใหม่มาเป็นวันที่ ๓ ถัดจากวันมหาสงกรานต์ ก็เพื่อให้หมดปัญหาว่า การย่างขึ้นสู่จุดเดิม สำหรับต้นปีนั้นเรียบร้อยดี ไม่มีปัญหาเพราะอาจมีปัญหาติดพันเกี่ยวกับชั่วโมง นาที วินาที ยังไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ที่จะเปลี่ยนศกถ้าเลื่อนวันเถลิงศกหรือวันขึ้นจุลศักราชใหม่มาเป็น วันที่ ๓ ก็หมายความว่า อย่างน้อยดวงอาทิตย์ได้ก้าวเข้าสู่ราศีใหม่ ไม่น้อยกว่า ๑ องศาแล้วอาจจะย่างเข้าองศาที่ ๒ หรือที่ ๓ ก็ได้
          วันสงกรานต์เป็นวันเปลี่ยนจุลศักราชใหม่ ซึ่งกษัตริย์สิงหศแห่งพม่า ทรงตั้งขึ้นเมื่อปีกุนวันอาทิตย์ พ . ศ . ๑๑๘๑ โดยกำหนดเอาดวงอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษได้ ๑ องศา ประกอบกับไทยเราเคยนิยมใช้จุลศักราช สงกรานต์จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทยอีกด้วย    ในปีแรกที่กำหนดเผอิญเป็นวันที่ ๑๓ เมษายน ซึ่งอันที่จริงไม่ใช่วันที่ ๑๓ เมษายนทุกปี แต่เมื่อเป็นประเพณี ก็จำเป็นต้องเอาวันนั้นทุกปี เพื่อมิให้การประกอบพิธี ซึ่งมิได้รู้โดยละเอียดต้องเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา วันที่ ๑๓ จึงเป็นวันสงกรานต์ของทุกปี

          ปกติวันสงกรานต์จะมี ๓ วัน คือ เริ่มวันที่ ๑๓ เมษายน ถึงวันที่ ๑๕ เมษายน วันแรกคือวันที่ ๑๓ เป็นวันมหาสงกราต์ วันที่พระอาทิตย์ต้องขึ้นสู่ราศีเมษ วันที่ ๑๔ เป็นวันเนา ( พระอาทิตย์คงอยู่ที่ ๐ องศา ) วันที่ ๑๕ เป็นวันเถลิงศกใหม่ และเริ่มจุลศักราชในวันนี้ เมื่อก่อนจริงๆ มีถึง ๔ วัน คือวันที่ ๑๓ - ๑๖ เป็นวันเนาเสีย ๒ วัน ( วันเนาเป็นวันอยู่เฉยๆ ) เป็นวันว่าง พักการงานนอกบ้านชั่วคราว
          จะเห็นได้ว่า วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย จนถึง พ . ศ . ๒๔๘๓ ทางราชการจึงได้เปลี่ยนไหม่ โดยกำหนดเอาวันที่ ๑ มกราคม เป็น วันขึ้นปีใหม ่ เพื่อให้เข้ากับ หลักสากลที่นานาประเทศนิยมปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ ประชาชนก็ยังยึดถือว่า วันสงกรานต์มีความสำคัญ
-----------
อย่าเก็บความสนุกไว้คนเดียว! สงกรานต์ปี้นี้  สนุก! ท่องเที่ยว เปิดพื้นที่ 'มุมภาพจากทางบ้าน' ให้เพื่อนๆ ชา่วสนุก! ที่ไม่ว่าจะเดินทางไปเล่นน้ำสงกรานต์พื้นที่ไหน จังหวัดไหน เก็บภาพบรรยากาศสนุกๆ มาร่วมโพสต์แบ่งปันให้เพื่อนๆ ติดตามได้ทุกวัน
เทศกาลสงกรานต์ ถือเป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของไทยมาแต่โบราณ เป็นประเพณีที่แสดงออกถึงความงดงามอ่อนโยนและเอื้ออาทร เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความอบอุ่น สะท้อนถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างเด่นชัด ซึ่งในแต่ละปีช่วงเทศกาลสงกรานต์จะเป็นช่วงวันหยุดยาวที่หลายคนได้พักผ่้อนอ ยู่บ้าน หรือเดิืนทางกลับบ้านในต่างจังหวัด  ไปอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว ทำบุญตักบาตร รดน้ำดำหัวขอพรจากผู้ใหญ่เพื่อให้เป็นสิริมงคลในชีวิต รวมถึงเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างสนุกสนาน หรือเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อชาร์จพลังกับวันหยุดยาว แต่สำหรับคนที่ยังไม่มีโปรแกรมว่าปีนี้จะไปเล่นสงกรานต์ดับร้อนที่ไหนดี สนุก! ท่องเที่ยว ก็ได้รวบรวมสถานที่เล่นน้ำสุดฮอตจากทั่วประเทศมาเป็นของขวัญปีใหม่สไตล์ไทยๆ ให้ผู้อ่านได้เย็นฉ่ำหัวใจกันทุกคนแล้ว
ประกาศสงกรานต์ :
ปีนี้ วันพฤหัสบดีที่ 14 เมษายน 2554 เป็นวันมหาสงกรานต์ ตรงกับขึ้น 11 ค่ำ เดือน 5 เวลา 13 นาฬิกา 25 นาที 25 วินาที
นางสงกรานต์ :
ทรงนามว่า กิริณีเทวี ทรงพาหุรัด ทัดดอกมณฑา อาภรณ์แก้วมรกต ภักษาหารถั่วงา พระหัตถ์ขวาถือขอช้าง พระหัตถ์ซ้ายถือปืน มีช้างเป็นพาหนะ
เกณฑ์นาคให้น้ำ - ปีเถาะ นาคราชให้น้ำ 5 ตัว
เกณฑ์ธัญญาหาร - ได้เศษ 6 ชื่อ ลาภะ ข้าวกล้าในภูมินาจะได้ผล 9 ส่วน เสีย 1 ส่วน ธัญญาหาร ผลาหาร มัจฉมังษาหาร จะบริบูรณ์ เกณฑ์ธาราธิคุณ ตกราศีปถวี (ดิน) น้ำงามพอดี
เกณฑ์พิรุณศาสตร์ - น้ำฝนปีนี้ วันพุธ เป็นอธิบดีฝน บันดาลให้ฝนตก 600 ห่า ตกในโลกมนุษย์ 60 ห่า ตกในมหาสมุทร 120 ห่า ตกในป่าหิมพานต์ 180 ห่า ตกในเขาจักรวาล 240 ห่า
ตำนานนางสงกรานต์
นางสงกรานต์ เป็นคติความเชื่ออยู่ในตำนานสงกรานต์ อันเป็นเรื่องเล่าถึงความเป็นมาของประเพณีดังกล่าว เป็นอุบายเพื่อให้คนโบราณได้รู้ว่าวันมหาสงกรานต์ คือ วันที่พระอาทิตย์ยกขึ้นสู่ราศีเมษ ซึ่งสมัยนั้นถือเป็นการเถลิงศกใหม่ หรือวันขึ้นปีใหม่ตามสุริยคติตรงกับวันใด โดยสมมุติผ่านนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดเทียบกับแต่ละวันในสัปดาห์ ปีไหนตรงกับวันใด นางสงกรานต์ที่มีชื่อสมมุติเข้ากับวันนั้นๆ ก็จะเป็นผู้อัญเชิญพระเศียร ท้าวกบิลพรหมออกแห่ไปสรงน้ำ ซึ่งนางสงกรานต์ทั้งเจ็ดนี้ เป็นเทพธิดาลูกสาวท้าวกบิลพรหม และเป็นบาทบริจาริกาของพระอินทร์
จากตำนานเล่าถึงท้าวกบิลพรหมแพ้พนันธรรมบาลกุมาร ต้องตัดเศียรออกบูชาธรรมบาลกุมารตามสัญญา แต่เนื่องจากพระเศียรของพระองค์ตกไปอยู่ที่ใด ก็จะเป็นอันตรายต่อที่นั้นไม่ว่าจะเป็นบนอากาศ บนดินหรือในน้ำ ดังนั้น ธิดาทั้งเจ็ดจึงต้องนำพานมารองรับ และนำไปประดิษฐานไว้ในถ้ำคันธชุลี ณ เขาไกรลาส ครั้นถึงกำหนด 365 วัน ซึ่งโลกสมมุติว่าเป็นปีหนึ่งเวียนมาถึงวันมหาสงกรานต์ เทพธิดาทั้งเจ็ดก็จะทรงพาหนะต่างๆ ผลัดเวรกันมาเชิญพระเศียรของบิดาออกแห่ โดยที่เทพธิดาทั้งเจ็ดนี้ปรากฏในวันมหาสงกรานต์เป็นประจำจึงได้ชื่อว่า "นางสงกรานต์" ส่วนท้าวกบิลพรหมนั้น โดยนัยก็คือ พระอาทิตย์ นั่นเอง เพราะกบิล หมายถึง สีแดง
งานสำคัญบุญสงกรานต์
วันที่ 13 เมษายน วันสังขานต์ล่อง
เริ่มจากตอนเช้ามีการยิงปืนขับไล่เสนียดจัญไร ให้ล่วงลับไปกับสังขานต์ และในแต่ละบ้านมีการทำความสะอาด ตลอดจนตามถนนและตรอกซอยเข้าบ้าน จากนั้นก็ทำความสะอาดชำระล้างร่างกาย สระเกล้าดำหัวให้สะอาดมีจิตใจผ่องใส หลังจากนั้นไปเที่ยวตามหมู่บ้านหรือในปัจจุบันนิยมไปเที่ยวตามสถานที่ท่อง เที่ยวต่างๆ เรียกว่า "ไปแอ่วปีใหม่" วันนี้มีการเล่นรดน้ำกันแล้ว
วันที่ 14 เมษายน วันเนา หรือวันเน่า
วัน "ขนทราย" หรือ วันเนาว์ วันปู๋ติ วันนี้จะทำสิ่งต่างๆ ที่เป็นมงคล ไม่ด่่าทอหรือทะเลาะวิวาท ตอนเช้าไปจ่ายของและอาหาร เตรียมทำบุญถวายพระในวันรุ่งขึ้น วันเตรียมอาหารและเครื่องไทยทานเรียกว่า "วันดา" (คำวันสุกดิบทางภาคอื่น) และทุกบ้านจะทำกับข้าวที่สามารถเก็บไว้ได้หลายวัน เช่น แกงเส้นร้อน แกงอ่อม ฯลฯ หรือไม่ก็จำพวกห่อนึ่ง เช่น ห่อนึ่งไก่ ห่อนึ่งปลา ฯลฯ พร้อมทั้งตระเตรียมอาหารหวาน และเครื่องไทยทานไว้ให้พร้อม
ตอนบ่ายมีการขนทรายจากแม่น้ำนำไปไว้ที่วัดใกล้บ้าน โดยก่อเจดีย์ทรายตามลานวัด เจดีย์ทรายจะถูกประดับตกแต่งด้วยตุง (ธง) ทำด้วยกระดาษสีตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม และรูปอื่นๆ ชายธงมีการทานช่อ (ทำด้วยกระดาษสีต่างๆ) ตัดเป็นลวดลายติดปลายไม้สำหรับปักที่กองเจดีย์ทรายการทานธงและทานช่อนี้ ด้วยถือคติว่า ผู้บริจาคทานเมื่อตายไปแล้วจะได้อาศัยชายธง หอบหิ้วให้พ้นจากนรกได้ อานิสงส์การทานตุงหรือช่อนี้มีอยู่ในพระธรรมเทศนาใบลานตามวัดทั่วไป เจดีย์ทรายนี้จะทำพิธีถวายทานในวันรุ่งขึ้น มีการปล่อยนกปล่อยปลาอีกด้วย ในวันเดียวกันนี้มีการเล่นน้ำกันอย่างหนัก และเป็นที่สนุกสนานโดยเฉพาะคนหนุ่มคนสาว
ทุกๆ ปี เมื่อถึงเทศกาลตรุษสงกรานต์ ชาวเหนือมีประเพณีอย่างหนึ่งที่ยึดถือปฏิบัติ คือ "สุมาคารวะ" ลูกหลานจะมาขอขมาลาโทษในความผิดต่างๆ ที่เคยกระทำมาต่อญาติผู้ใหญ่ ถือว่าเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีของผู้น้อยอันมีต่อผู้ใหญ่ เรียกกันว่า "การไปดำหัว" หรือประเพณีดำหัว การไปดำหัวของคนไทยภาคเหนือ มักจะเริ่มกันใน "วันพญาวัน" (คือวันเถลิงศก)
วันที่ 15 เมษายน วันพญาวัน หรือวันเถลิงศก
ตอนเช้าจัดเตรียมอาหารคาวหวานใส่สำรับไปถวายพระที่วัด และทำบุญตักบาตรและนำไปให้ผู้เฒ่า ผู้แก่ ครูอาจารย์ หรือบุคคลที่ตนเคารพนับถือ เรียกว่าไปทานขันข้าว (ตานขันข้าว) การทานขันข้าวนี้ นอกจากจะทานให้พระ ผู้เฒ่าผู้แก่ที่เคารพนับถือดังกล่าวแล้วก็มีการถวายทานเพื่ออุทิศส่วนกุศล ถึงญาติพี่น้อง บิดามารดาที่ล่วงลับไปแล้ว โดยพระที่วัดจะแยกย้ายกันนั่งประจำที่บริเวณวัดเพื่อให้ศีลให้พรแก่ผู้ไปทาน ขันข้าว
เสร็จจากการทำบุญตักบาตร ก็มีการถวายทานเจดีย์ทราย ปล่อยนกปล่อยปลา มีการสรงน้ำพระพุทธเจดีย์ มีการค้ำต้นโพธิ์ภายในวัดและหมู่บ้าน มีการสรงน้ำพระพุทธรูปสำคัญคู่บ้านคู่เมือง เช่น เชียงใหม่ก็จะมีการสรงน้ำพระพุทธรูป เสตังคมณี (พระแก้วขาว) วัดเชียงมั่น พระเจ้าทองทิพย์ และ พระพุทธสิหิงค์ วัดพระสิงห์ พระเจ้าเก้าตื้อ วัดสวนดอก เสาอินทขิล หรือเสาหลักเมือง ส่วนตามจังหวัดต่างๆ ก็จะมีการไปสักการะบูชาพระพุทธรูปสำคัญประจำบ้านเมืองตนเช่นเดียวกัน เช่น ลำปาง ก็ไปสรงน้ำพระแก้วมรกตที่วัดพระธาตุลำปางหลวง เมืองน่านที่วัดพระธาตุแช่แห้ง และที่แพร่ก็ไปสรงน้ำ ที่พระธาตุช่อแฮ เป็นต้น
ตอนบ่ายก็จะเริ่มการดำหัว และจะทำเรื่อยไปจนถึงวันรุ่งขึ้น หรือวันปากปี
วันที่สี่ เป็นวันปากปี มีการดำหัวตามวัดต่างๆ ที่ใกล้เคียงและห่างไกล ซึ่งมีพระในวัดและในหมู่บ้านนั้นนำไป การไปดำหัวตามวัดนี้มักจะแบ่งแยกกันเป็นสายๆ เพราะบางวัดที่อยู่ห่างไกลก็ไม่ได้ไปกันอย่างทั่วถึงนอกจากวัดที่คนนิยมไป กันอย่างสม่ำเสมอ เรียกตามภาษาเมืองว่า "ไปเติงกั๋น" หรือไปวัดของเจ้าคณะตำบล เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด หรือพระเถระผู้ใหญ่
กิจกรรมวันสงกรานต์
ทำบุญตักบาตร
สงกรานต์ วันต้นหรือวันมหาสงกรานต์ ชาวบ้านลุกขึ้นแต่ไก่ขัน เพื่อเตรียมไปตักบาตรถวายพระ พอหุงหาอาหารเสร็จ ก็จัดเตรียมอาหารและสิ่งของถวายพระบรรจุลงภาชนะมีถ้วยโถโอชามอย่างดี แล้วแต่จะมี แล้วเอาวางเรียงลงในถาด หรือภาชนะอย่างอื่นๆ ที่นิยมในท้องถิ่น เพื่อนำไปทำบุญตักบาตรและเลี้ยงพระประจำหมู่บ้านของตน
สงกรานต์ก่อพระเจดีย์ทราย
ไม่มีกำหนดแน่นอนว่าจะต้องก่อในวันสงกรานต์ ถึงวันอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกับสงกรานต์ก็มีก่อกัน และไม่จำเป็นต้องก่อที่ในวัดบางแห่งที่อยู่ใกล้แม่น้ำ ตอนเหนือๆ ก่อพระเจดีย์ทรายที่หาดทรายในแม่น้ำก็มี เช่น จังหวัดกำแพงเพชร ในวันก่อเขามีทำบุญเลี้ยงพระที่หาดทรายด้วย เรียกกันว่า ก่อพระทรายนำไหล เสร็จแล้วก็มีเลี้ยงพระและเลี้ยงดูกันส่วนทางภาคอีสาน บางแห่งเขาทำบุญสงกรานต์เป็นสองระยะ ระยะแรกทำบุญตักบาตรกลางลานในวันตรุษ ระยะหลังทำบุญตักบาตรที่ลานบ้านในวันสงกรานต์ ทางอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี มีการทำบุญตักบาตรกลางบ้านเหมือนกัน คือเลี้ยงพระกันที่สองข้างถนน จึงเห็นได้ว่าการตักบาตรจะทำกันที่ไหนก็ได้ แล้วแต่สะดวกและนัดกัน ทางจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการก่อพระเจดีย์ทรายเป็นสองตอน ตอนที่หนึ่งก่อที่ลานวัดในวันตรุษ และอีกตอนหนึ่งก่อที่ลานบ้านในวันมหาสงกรานต์ การก่อพระเจดีย์ทรายที่กลางลานบ้านเขาก่อแต่องค์เดียวเป็นส่วนรวม จะขนาดเล็กขนาดใหญ่ก็แล้วแต่กำลังที่จะไปหาบขนเอาทรายมาได้มากน้อยเท่าไหร่ สำหรับก่อทรายที่จะนำมาก่อนั้นเอามาจากลำห้วยลำธาร หรือตามหาดทรายในแม่น้ำ แล้วแต่จะสะดวก การขนทรายก็ไม่ต้องจ้างใครที่ไหน พวกหนุ่มๆ สาวๆ และเด็กๆ นั่นแหละเป็นผู้โกยไปขนใส่กระบุงหาบคอนกันมาเวลาเย็น
ปล่อยนกปล่อยปลา
เรื่อง ปล่อยนกปล่อยปลา ที่มักทำกันในวันสงกรานต์ เพราะก่อนหน้าวันสงกรานต์เป็นหน้าแล้งอากาศร้อนจัดน้ำแห้งขอดขาดตอนเป็น ห้วงๆ คงเหลือแต่ที่มีแอ่งและหนองน้ำ ปลาก็ตกคลัก อีกไม่ช้าพอน้ำแห้งหมด ปลาเหล่านั้นก็จะต้องตาย ชาวบ้านจึงพากันไปจับปลาที่ตกคลัก ถ้าเป็นลูกปลาจะกินไม่ได้เนื้อได้หนังอะไรก็เลี้ยงไว้ในตุ่มเอาบุญ แล้วนำไปปล่อยในวันสงกรานต์ จึงเกิดเป็นประเพณีปล่อยปลา และลามมาถึงปล่อยนกด้วย
บังสุกุลอิฐ
นอก จากปล่อยนกปล่อยปลาในวันสงกรานต์แล้ว ยังมีประเพณีบังสุกุลอัฐญาติผู้ใหญ่ การบังสุกุลนั้นทำแต่ครั้งเดียวจะทำในวันสงกรานต์วันไหนแล้วแต่จะสมัครใจและ นัดหมายกัน โดยมากทำในวันสรงน้ำพระหรือไม่ก็ทำกันในวันท้ายวันสงกรานต์ ถ้าจะทำกันในวันแรกของสงกรานต์ เมื่อพระฉันเพลแล้ว ให้เสร็จธุระกันไปก็ได้ตามประเพณีแต่ก่อนเขาไม่เอาอัฐิเข้าบ้าน ถ้าเป็นชาวบ้านมักฝังญาติผู้ใหญ่ไว้ใต้โคนต้นโพในวัด ฝังไส้ตรงเหลี่ยมไหนรากไหนของต้นโพเขาจำเอาไว้ และนิมนต์พระไปบังสุกุลที่ตรงนั้น
ทางภาคกลางมีประเพณีอันเนื่องด้วยสงกรานต์อีกอย่างหนึ่งคือ ห้ามตักน้ำตำข้าวเก็บผักหักฟืน อันเป็นงานประจำวันครัวเรือนและเป็นงานอยู่ในหน้าที่ของผู้หญิงจะต้องเตรียม หาสำรองเอาไว้ให้พร้อม
ก่อนถึงวันสงกรานต์จะได้ไม่กังวล
สรงน้ำ รดน้ำ และสาดน้ำ
การ สรงน้ำพระพุทธรูป มีดอกไม้ ธูปเทียน ไปบูชา แล้วเอาน้ำอบไปประพรมที่องค์พระ ทำเป็นสังเขปพอเป็นพิธีว่าได้แสดงความเคารพบูชาและสรงน้ำท่านในวันขึ้นปี ใหม่แล้ว เมื่ออัญเชิญพระพุทธรูปมา ก็มีการแห่แหนกันอย่างสนุกสนาน สรงน้ำพระพุทธรูปแล้วก็มีการสรงน้ำพระสงฆ์ โดยมากมักเป็นสมภารเจ้าวัดเป็นการสรงน้ำจริงๆ สรงเสร็จครองไตรจีวรใหม่ที่อุบาสกอุบาสิกานำมาถวาย ท่านก็ขึ้นธรรมาสน์เทศน์อำนวยพรปีใหม่ให้แก่ผู้ที่ไปสรงน้ำ นอกจากนี้ยังมีการรดน้ำญาติผู้ใหญ่ หรือผู้ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ เพื่อขอศีลขอพรตามประเพณี
สรงน้ำพระเสร็จแล้ว ก็ชวนกันเล่นสนุก สาดน้ำ และเลี้ยงกันที่ลานวัด ของที่เลี้ยงมีขนมปลากริมไข่เต่า และลูกแมงลักน้ำกะทิ ซึ่งชาวบ้านเรี่ยไรออกเงินและจัดทำเอามาเลี้ยงกันด้วยความสามัคคี
เหตุที่มีการสรงน้ำ รดน้ำ และสาดน้ำในวันสงกรานต์ เนื่องมาจากความเชื่อที่ว่าการสาดน้ำจะช่วยให้ฝนฟ้าตกบริบูรณ์ประการหนึ่ง น้ำเป็นเครื่องหมายแห่งความอุดมสมบูรณ์ เมื่อมีน้ำการเพาะปลูก ทำไร่ไถนาก็ได้ผลประการหนึ่ง และถือกันว่าน้ำเป็นเครื่องชำระมลทินให้สะอาดอีกประการหนึ่ง เหตุนี้น้ำจึงเป็นสิ่งที่ใช้ในพิธีต่างๆ อาบน้ำ ซัดน้ำ หรือรดน้ำ เมื่อทำพิธีสมรส อาบน้ำเมื่อตาย อาบน้ำเมื่อโกนจุก หรือบวชนาค ฯลฯ
สงกรานต์รดน้ำดำหัว
เครื่องดำหัวของภาคพายัพ ที่เขานำไปรดน้ำผู้ใหญ่ในวันพญาวัน นอกจากดอกไม้ธูปเทียนและผ้าใหม่สำหรับผลัด เขายังมีหมากพลูไปด้วย เพราะหมากพลูเป็นเครื่องแสดงความเคารพนับถือและเป็นเครื่องแสดงไมตรีจิตด้วย อีกโสดหนึ่งและยังมีน้ำส้มป่อยและน้ำอบ น้ำส้มป่อยเป็นของใช้แทนสบู่ที่เมื่อก่อนยังไม่มีสิ่งนี้ สำหรับสระผมและชำระร่างกาย ผู้ใหญ่เมื่อรับเครื่องดำหัวแล้ว ก็เอาน้ำส้มป่อยและน้ำอบประพรมบนศีรษะพอเป็นกิริยาว่า ได้ดำน้ำสระหัวแล้ว ต่อจากนั้นก็ให้ศีลให้พรกันตามประเพณี
อนึ่งในวันนี้บางคนยังนำเสื้อผ้าของเขาสำรับหนึ่ง ต่างคนเอาบรรจุลงขันของตน พร้อมด้วยเครื่องบริขาร มีกล้วย มีอ้อย มีใบขนุน มีใบแก้วเป็นต้น นำไปตั้งที่ลานวัดภายในมณฑลวงด้ายสายสิญจน์ แล้วพระสงฆ์จะประพรมเสื้อผ้าเหล่านั้นด้วยน้ำมนต์ เพื่อความบริสุทธิ์ของเสื้อผ้าเพื่อใช้ในปีใหม่ เสร็จแล้วนำกลับมาเก็บไว้อย่างนั้น


ที่มา http://truepanya.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=31&id=19002

ประวัติความเป็นมาวันคริสต์มาส


ประวัติความเป็นมาวันคริสต์มาส


 
ภาพ : กษัตริย์สามพระองค์เสด็จเยี่ยมพระเยซูภายหลังจากคืนที่ 12 ของวันประสูติ
ภาพ : กษัตริย์สามพระองค์เสด็จเยี่ยมพระเยซูภายหลังจากคืนที่ 12 ของวันประสูติ
ประวัติความเป็นมา
คริสต์มาส เป็นคำทับศัพท์จากภาษาอังกฤษ (Christmas) ซึ่งมาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse แปลว่า “บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า” คำว่า “Christes Maesse” พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษ (เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1038) และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas
ประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส ซึ่งเป็นวันประสูติของพระเยซูนั้น ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในรัชกาลของจักรพรรดิออกุสตุสแห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรีย ก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร ด้านนักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 23 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิซาไกกำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยเทพ
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริย เทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 64 – ค.ศ. 313 จนถึงวันที่ 23 ธันวาคม ปี ค.ศ. 330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย

merry christmas
คำอวยพร Merry X’mas
Merry X’mas คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณแปลว่า”สันติสุขและความสงบทางใจ” คำนี้จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุขและความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาล คริสต์มาส ชาวไทยฉลอง”เฉลิมพระชนม์พรรษา” วันที่ 5 ธันวาคมเพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระมหากษัตริย์ ทุกปีชาวโรมันมีการระลึกถึงการสมภพของพระเจ้าจักรพรรดิ คนท้องถิ่นอื่นก็ระลึกถึง และเฉลิมฉลองวันเกิดของกษัตริย์หรือผู้ปกครองบ้านเมืองของตนด้วยความยินดี แม้แต่ชาวยิวในสมัยของ พระเยซูเอง ก็ฉลองการเกิดของกษัตริย์ เฮรอด เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องธรรมดา ที่ชาวคริสต์ สมัยโบราณถือเอาประเพณีของชนในท้องถิ่นนั้น มาประยุกต์เข้ากับศาสนา โดยจัดให้มีการฉลองเพื่อระลึก ถึงการบังเกิดของพระเยซูที่เขายกย่องเหมือนกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งสากลโลก ผู้ทรงเกียรติเลอเลิศ ประเพณี นี้ ได้เริ่มมาจากรุงโรมในศตวรรษ ที่ 4 และ ค่อยๆ เผยแพร่ไปทุกทวีป
 
เราจะเห็นได้ว่าวันคริสต์มาสเป็นวันสำคัญวันหนึ่ง เพื่อเป็นการระลึกถึงวันที่พระบุตรของพระเจ้ามาบังเกิดเป็นมนุษย์ พระองค์เป็นพระเจ้า ที่จะอยู่กับเราตลอดไปเป็นส่วนหนึ่งของมนุษย์ เป็นพี่หัวปีที่จะนำมนุษย์ทั้งมวลไปสู่พระบิดาเจ้า พระองค์เป็นความสำเร็จบริบูรณ์ ตามคำ สัญญาของพระเจ้าที่จะดูแลป้องกันรักษาเราผู้เป็นประชากรของพระองค์ เราเป็นเหมือนลูกแกะที่หายไป แต่พระเยซูเป็นชุมพาบาลใจดี ที่ ตามหาเราจนพบ และจะไม่มีอะไรที่จะแยกเรากับพระองค์ได้อีกเลย มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นชนชาติไหนจะรวยหรือจน คนศรัทธาหรือ คนบาป ล้วนมีความสำคัญต่อหน้าพระเจ้าเสมอ เพราะตั้งแต่การเสด็จมาบังเกิดของพระเยซูนั้น พระเป็นเจ้าพระบิดา ทรงเห็นพระฉายา ลักษณ์ของพระบุตรในมนุษย์ทุกคน เราก็เช่นเดียวกัน เราต้องรักซึ่งกันและกันเหมือนอย่างที่เรารักพระเจ้า มนุษย์ทุกคน ไม่ว่าคนเหล่านั้น จะเป็นคนยากจน คนต่างชาติ หรือคนที่วางตัวเป็นศัตรูกับเรา”เขาจะรักพระเจ้าที่เขามองไม่เห็นได้อย่างไร ถ้าเขาไม่รักพี่น้องที่มองเห็นได้” นี่แหละเป็นพระดำรัสที่พระเยซูประทานแก่เรา คนที่รักพระเจ้าต้องรักพี่น้องของตนด้วย

ต้นคริสต์มาส
ต้นคริสต์มาส
ต้นคริสต์มาส ในสมัยโบราณหมายถึงต้นไม้ในสวนสวรรค์ ซึ่งอาดัมและเอวาไปหยิบผลไม้มากินและทำบาปไม่เชื่อฟังพระเจ้า ตั้งแต่ ศตวรรษที่11 ชาวคริสต์แสดงละครที่หน้าวัด ถึงความหมายของคริสต์มาสและเอาตันไม้ต้นหนึ่งไว้ตรงกลางเพื่อประดับฉาก แสดงถึง บาปกำเนิดของอาดัมและเอวาต้นไม้ที่ใช้เป็นต้นสน เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่หาง่ายที่สุดในประเทศเหล่านั้น การแสดงละครคริสต์มาสแบบนี้ มีมาเป็นเวลาช้านานหลายร้อยปีจนถึงศตวรรษที่15 พระสังฆราชหลายแห่งได้ห้ามแสดง เนื่องจากการแสดงนั้นกลายเป็นการเล่น เหมือน ลิเกล้อชาวบ้าน ผู้ปกครองบ้านเมือง และศาสนาซึ่งไม่ตรงกับบรรยากาศของการฉลอง

ชาวบ้านรู้สึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสดูละครสนุกๆแบบนั้นอีก จึงไปสนุกกันที่บ้านของ ตน โดยเอาต้นไม้มาไว้ที่บ้าน เพราะต้นไม้เป็นจุดเด่นในลานวัด ที่เขาเคยร่วมสนุกกัน จากนั้นก็เริ่มมีการแขวนลูกแอปเปิ้ลและแขวนแผ่นขนมปังเพื่อระลึกถึงศีลมหา สนิท ซึ่งก็มีวิวัฒนาการ เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ก็กลายเป็นขนมและของขวัญ อย่างที่เห็นอยู่ทุกวันนี้
แม้ว่าประเพณีการตั้งต้นคริสต์มาสมีความเป็นมาดังกล่าว ชาวคริสต์ในสมัยนี้ก็ยัง นิยมทำกันอยู่ เพราะเห็นว่ามีความหมายถึงพระเยซู ผู้เปรียบเสมือนต้นไม้แห่งชีวิต ที่เขียวสดเสมอในทุกฤดูกาล ซึ่งหมายถึงนิรันดรภาพของพระเยซู และนอกจากนั้น ยังหมายถึงความสว่าง ของพระองค์เสมือนแสงเทียนที่ส่องในความมืด ทั้งยัง หมายถึงความชื่นชมยินดีและความสามัคคีที่พระเยซูประทานให้ เพราะต้นไม้นั้น เป็นจุดรวมของครอบครัวในเทศกาลนั้น


santa ซานตาคลอส
ซานตาครอส
ซานตาครอส เป็นจุดเด่นหรือสัญลักษณ์ที่เด็กและผู้คนนิยมกันมากที่สุดในเทศกาลคริสต์มาส แต่ที่จริง ซานตาครอสแทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้เลย ชื่อซานตาครอส มาจากนักบุญ นิโคลาส เป็นนักบุญ ชาวฮอลแลนด์นับถือเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเด็กๆ นักบุญองค์นี้เป็นสังฆราช ของ ไมรา มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่4 เมื่อชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่งอพยพไปอยู่ในสหรัฐฯ ก็ยังรักษา ประเพณีนี้ไว้ คือฉลองนักบุญ นิโคลาส ในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งหมายถึงนักบุญนี้จะ มาเยี่ยม เด็กๆ และเอาของขวัญมาให้เด็กอื่นๆ ที่ไม่ใช่ ลูกหลานของชาวฮอลแลนด์ที่อพยพมา ก็รู้สึกอยากมีส่วนร่วม ในประเพณีแบบนี้บ้างเพื่อรับของขวัญ ประเพณี นี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักและ แพร่หลายไปในอเมริกา โดย มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คือ ชื่อนักบุญนิโคลาสก็เปลี่ยน เป็นซานตาคลอส และแทนที่จะเป็น สังฆราชซึ่งเป็นนักบุญองค์นั้นก็กลายเป็น ชายแก่ที่อ้วนใส่ชุดสีแดงอาศัย อยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีเลื่อน เป็นยานพาหนะมีกวางเรนเดียร์ลาก และจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลกนี้ในโอกาสคริสต์มาส โดยลงมา ทางปล่องไฟของบ้าน เพื่อเอาของขวัญมาให้ เด็กเหล่านั้นตามความประพฤติ ของเขา 
 
ลักษณะภายนอกของซานตาคลอสที่ถูกสมมติขึ้นนี้ เหมือนกับจะลอกเลียนแบบมาจาก Thor ซึ่งเป็น เทพเจ้า ในนิยายโบราณของเยอรมัน และ ลอกเลียนแบบนักบุญนิโคลาส ที่นำของขวัญมาแจกเด็กๆ อันที่จริง ซานตาคลอส เป็นรูปแบบที่น่ารัก เหมาะสำหรับเป็นนิยายให้เด็กๆ เชื่อ แต่ อาจจะทำให้คน ทั่วไปหันมาสนใจ ให้ความสำคัญในตัวนิยายนี้ แทนการบังเกิดของพระ เยซู ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลาง ของเทศกาลคริสต์มาสนี้

ถุงเท้า คริสต์มาส
ถุงเท้า
จากที่นักบุญนิโคลัสได้ปีนขึ้นไปบนปล่องไฟของบ้านเด็กหญิงยากจน เพื่อที่จะมอบเหรียญเงินให้เป็นของขวัญ แต่เหรียญนั้นกลับตกไปอยู่ในถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้หน้าเตาผิง พอรุ่งเช้าเด็กหญิงตื่นมาเจอเหรียญเงินในถุงเท้าจึงดีใจมาก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการที่ผู้คนมากมายต่างพากันแขวนถุงเท้าคริสต์มาส ไว้ เพื่อหวังจะได้รับของขวัญเช่นเดียวกันบ้าง

การทำมิสซาเที่ยงคืน
เมื่อพระสันตะปาปาจูลีอัสที่1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคมเป็นฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส) แล้วในปี นั้นเองพระองค์และสัตบุรุษ ได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบลเบธเลเฮม ยังถ้ำที่พระเยซูเจ้าประสูติ พอไปถึงก็เป็น เวลาเที่ยงคืน พระสัน ตะปาปาก็ทรงถวายบูชา ณ ที่นั้น เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาที่พักเป็นเวลาเช้ามืดราวๆ ตี 3 พระองค์ก็ถวายมิสซาอีกครั้ง และ สัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ก็ยังมีสัตบุรุษหลายคนที่ไม่ได้ไป พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อ สัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระ สันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติ ของพระองค์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมี ธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ใน โอกาสวันคริสต์มาสเช่นเดียวกัน


เทียน พวงมาลัย คริสต์มาส
 เทียนและพวงมาลัย
ในสมัยก่อนมีกลุ่มคริสตชนกลุ่มหนึ่งในเยอรมัน ได้เอากิ่งไม้มาประกอบ เป็นวงกลมคล้ายพวงมาลัย แล้วเอาเทียน 4 เล่ม วางไว้บนพวงมาลัยนั้นในตอน กลางคืนของวันอาทิตย์ แรกของเทศกาลเตรียมรับเสด็จ ทุกคนในครอบครัวจะมารวมกัน ดับไฟ แล้วจุดเทียนเล่มหนึ่ง สวด ภาวนาและร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกัน เขาจะทำดังนี้ทุก อาทิตย์จนครบ 4 อาทิตย์ก่อน คริสต์มาส ประเพณีนี้เป็นที่นิยม และแพร่หลายในที่หลายแห่ง โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกาซึ่งต่อมา มีการเพิ่ม โดยเอาพวงมาลัยพร้อมกับเทียนที่จุดไว้ตรง กลาง 1 เล่มไป แขวนไว้ที่หน้าต่างเพื่อช่วย ให้คนที่ผ่าน ไปมา ได้ระลึกถึงการเตรียมตัวรับวันคริสต์มาสที่ใกล้เข้ามา และพวงมาลัยนั้นยังเป็น สัญลักษณ์ที่คน สมัยโบราณใช้หมายถึงชัยชนะ แต่ในที่นี้หมายถึงการที่พระองค์มาบังเกิดในโลก และทำให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างครบ บริบูรณ์ตามแผนการณ์ ของพระเป็นเจ้า

ประวัติวันวาเลนไทน์

ประวัติวันวาเลนไทน์#1

          กำเนิดวันวาเลนไทน์ เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้นตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุด เพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโน่ผู้เป็นจักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจากนี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่งอิสตรีเพศและการแต่งงาน และในวันถัดมา คือวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาลเฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม มีขนบธรรมเนียมอย่างหนึ่งของชายหนุ่มก็คือ การจับฉลาก ในวันที่ 14กุมภาพันธ์ ก่อนที่จะเริ่มต้นเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ชื่อของเด็กสาวจะถูกเขียนลงในเศษกระดาษและใส่ลงในไห ชายหนุ่มแต่ละคนจะจับฉลากเพื่อเลือกคู่ในเทศกาลเฉลิมฉลองนี้ บ่อยครั้งที่หนุ่มสาวต่างถูกใจกัน และแต่งงานกันในเวลาต่อมา

          ในรัชสมัยของจักรพรรดิคลอดิอัสที่ 2 แห่งโรม พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีใจคอดุร้าย และทรงนิยมการทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วมในกองทัพ เนื่องมาจาก ไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโองการสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและแต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง ขณะนั้นเอง พระรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ซึ่งอาศัยอยู่ในโทรม ได้ร่วมมือกับเซนต์มาริอัส จัดพิธีแต่งงานให้กับชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนาดีของท่านนี้เอง จึงทำให้ท่านถูกตัดสินประหารชีวิตโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมือง ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ.270 ซึ่งตรงกับเทศกาลลูเพอร์คาร์เลีย ตามประเพณีโบราณพอดี ณ โอกาสนี้เอง กลุ่มคนนอกศาสนาได้รื้อฟื้นประเพณีจับฉลากขึ้นมาใหม่ โดยชายหนุ่มจะเป็นผู้เขียนชื่อหญิงสาวลงไปด้วยตัวเอง ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความรัก และดูเหมือนว่ายังคงเป็นธรรมเนียม ที่ชายหนุ่มจะเลือกหญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
 
ประวัติวันวาเลนไทน์#2
         วาเลนไทน์ (Valentine) คือวันที่ระลึกถึง นักบุญเซนต์วาเลนไทน์ (Saint Valentine) ผู้เปี่ยมไปด้วยเมตตา ความรัก และความปรารถนาดี ต่อเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริง แต่สุดท้ายเขาต้องจบชีวิตลงด้วยการรับโทษประหารในวันที่14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หรือเมื่อประมาณ 1,728 ปีล่วงเลยมาแล้ว ซึ่งเป็นยุคสมัยของจักรวรรดิโรมันที่ศาสนาคริสต์ยังไม่เป็นที่ยอมรับ ซํ้าร้ายภายใต้การปกครองของกษัตริย์ "คลอดิอุสที่ 2" ผู้ออกกฎหมายบีบบังคับให้ประชาชนเลิกนับถือ และห้ามให้มีแต่งงานของพวกคริสเตียนเกิดขึ้น แต่ยังคงมีผู้นำคริสเตียนคนหนึ่งชื่อ "วาเลนตินัส" หรือที่ได้รับการยกย่องเป็น เซนต์วาเลนไทน์ ในภายหลัง คอยลักลอบแอบจัดงานแต่งงานให้กับคู่รักคริสเตียนจนถูกจับขังและรับโทษทรมานแสนสาหัสอยู่ในคุก ในขณะที่ถูกคุมขังนั้น เขาก็พบรักกับสาวตาบอด ซึ่งเธอเป็นลูกสาวของผู้คุมในคุก ด้วยความรักและคำอธิษฐานของเขา พระเจ้าได้ทรงโปรดให้ตาของสาวคนรักหายเป็นปกติ เมื่อความนี้ล่วงรู้ถึงหูกษัตริย์คลอดิอุสที่ 2พระองค์จึงสั่งให้ลงโทษ วาเลนตินัส ด้วยการโบยและนำไปประหารชีวิตด้วยการตัดศีรษะ ในคืนสุดท้ายก่อนที่เขาจะถูกนำไปประหารนั้น ได้เขียนจดหมายสั้น ๆ เป็นการอำลาส่งไปให้หญิงคนรักของเขา โดยลงท้ายในจดหมายว่า "...จากวาเลนไทน์ของเธอ (Love From Your Valentine)"

ต่อมาเมื่อคนทั่วไปทราบเรื่องราวจึงเกิดความประทับใจในความรักของเขา ยึดถือเอาวันที่14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น "วันแห่งความรัก" Saint Valentine's Day หรือ Valentine'sDay และได้นิยมแพร่หลายไปทั่วยุโรป อเมริกา รวมทั้งในทวีปเอเชียด้วย
 
ของขวัญวันวาเลนไทน์ ของขวัญที่นิยม ของขวัญแทนใจวันแห่งความรัก
ดอกไม้ ให้ความหมายของการบอกรักได้ดีที่สุด ที่ฮิตสุดเห็นจะเป็น 
- กุหลาบแดง หมายถึง ความรักและความปรารถนา เป็นดอกไม้ของกามเทพ เป็นสิ่งนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับ
- กุหลาบขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ ความเงียบสงบ และนำโชคมาสู่ผู้หญิงที่ได้รับเช่นเดียวกับดอกกุหลาบแดง
- กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์ที่สุด
- กุหลาบสีเหลืองหรือสีส้ม หมายถึง ความรักร้อนแรงและยาวนาน ไม่จืดจาง หวานชื่น และมีความสุข
- กุหลาบตูม หมายถึง ความรักและความเยาว์วัย
- กุหลาบบาน หมายถึง ความรักที่กำลังเบ่งบาน ความอ่อนหวาน สดชื่น

สําหรับคนที่อยากได้อะไรแตกต่างยังมีดอกอื่นๆ อาทิ
- ดอกคาร์เนชั่นสีแดง หมายถึง รักอย่างสุดซึ้ง,
- ดอกลิลลี่สีขาว หมายถึง ความโรแมนติก อ่อนหวานระหว่างคุณและคนรัก,
- ดอกทิวลิปสีแแดง หมายถึง ความรักที่จะร่วมฟันฝ่าไปด้วยกัน
และ
- ดอกไวโอเล็ต ที่แทนความหมายของการให้รักตอบแทน
 ช็อกโกแลต นักจิตวิทยาหลายคนเชื่อว่า ช็อกโกแลตเป็นตัวช่วยเสริมอารมณ์รัก และรสชาติความหวานก็เป็นสิ่งที่แทนความรู้สึกวันแห่งความรักได้อย่างดี และยังมีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าในช็อกโกแลตมีสารช่วยกระตุ้นสมองโดยออกฤทธิ์คล้าย แอมเฟตามีน เป็นตัวเบิกทางความรู้สึกลึกๆแห่งรักได้ดีการ์ด อันนี้เป็นของจําเป็นควบคู่ไปกับดอกไม้ และช็อกโกแลต เลือกตามแบบที่ชอบ เขียนความในใจตามแบบที่อยากให้คนที่ได้รับอ่านแล้วเข้าใจในทันที แถมหาซื้อไม่ยากด้วยตุ๊กตา เป็นสิ่งที่ให้กันได้ทุกเทศกาลอยู่แล้ว แต่พิเศษสําหรับวันแห่งความรักคงต้องเลือกสรรให้น่ารัก น่าประทับใจแทนความหมายได้ทุกอารมณ์แล้วแต่คุณจะหยิบแบบไหนเทียนหอม มาแรงในหมู่หนุ่มสาวชาวไทย ที่สื่อได้ทั้งความหมายจากรูปทรงหัวใจ และให้กลิ่นหอมชวนหลงใหลตามแต่ใครจะเลือกได้ถูกใจอีกฝ่ายแค่ไหน
มื้อค่ำ ขาดไม่ได้เลยสำหรับมื้อพิเศษในวันแห่งความรัก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่แบบไหน ในบ้าน ร้านอาหาร หรือริมทะเล แต่ขอให้มีแต่คุณและคนรักไปกันสองคนก็แล้วกัน

การทำขนมโครก

วัตถุดิบตัวแป้งขนมครก
ส่วนผสม
  1. แป้งข้าวเจ้าอย่างดี ตราดอกไม้ 1 กิโลกรัม
  2. น้ำกะทิ 4 ถ้วยตวง
  3. น้ำสะอาด 2 ถ้วยตวง
  4. น้ำปูนใส 2 ถ้วยตวง
  5. น้ำตาลโตนด 1 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือ 1 ช้อนชา
  7. โรยหน้าตามใจชอบ อาทิ ต้มหอม ข้าวโพด เผือก ฯลฯ 
วิธีผสมแป้ง
ค่อยๆ เทแป้งข้าวเจ้า ลงผสมกับน้ำสะอาด น้ำปูนใส คนจนกว่าจะเข้ากัน จากนั้นเติมกะทิ น้ำตาลโตนด เกลือป่น แล้วคนให้เข้ากันดี
กะทิหน้าขนมครก
ส่วนผสม
  1. หัวกะทิ 6 ถ้วยตวง
  2. หางกะทิ 2 ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย 1 1/2 ถ้วย
  4. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำกะทิสำหรับหยอดหน้า
ผสม หัวกะทิ หางกะทิ เกลือป่น น้ำตาลทราย เข้าด้วยกัน นำไปตั้งไฟ คนให้น้ำตาลและเกลือละลาย จากนั้นยกลง ทิ้งไว้ให้เย็น ใส่ภาชนะเตรียมหยอดหน้าขนมครก
วิธีทำขนมครก
  1. ตั้งกระทะขนมครก ใช้ไฟอ่อนปานกลาง รอจนเตาร้อนเต็มที่
  2. นำลูกประคบ ทำด้วยกากมะพร้าวห่อด้วยผ้าขาว แตะน้ำมันพืช เช็ดที่เบ้าขนมครกให้ครบทุกเบ้า
  3. ตักหรือใช้กาหยอดแป้งขนมครก ลงในเบ้าปริมาณ 3/4 นำกระบวยกดให้ล้นขึ้นมาด้านข้าง ประมาณ 1 เซนติเมตร ปิดฝาทิ้งไว้ราว 2-3 นาที
  4. หยอดหางกะทิ ตามด้วยหัวกะทิ ประมาณ 1 ช้อนชา ต่อ 1 เบ้า โรยหน้าตามใจชอบ ปิดฝาทิ้งไว้ รอจนขอบแป้งเหลือง ใช้ช้อนแซะขึ้นใส่ภาชนะ
วิธีทำหน้าไข่เค็ม นำไข่เค็มต้มสุก มาแกะเปลือกออก นำไปขูดให้เป็นเส้นฝอยๆ ใช้โรยหน้าขนมครก เพิ่มความอร่อยด้วยพริกชี้ฟ้าหั่นฝอย และผักชี (เฉพาะใบ)
วิธีทำหน้ากุ้ง ใช้กุ้งสด มะพร้าวทึนทึก ในปริมาณที่เท่ากัน สับให้ละเอียด นำไปรวน ใส่พริกไทย เกลือป่น ชิมให้ออกรสเค็มนิดๆ โรยบนหน้าขนมครก แต่งด้วยใบมะกรูดหั่นฝอย พริกเหลืองซอย ใบผักชีเด็ดเป็นใบๆ
อุปกรณ์สำหรับทำขนมครก
  1. เครื่องโม่แป้ง (ในกรณีทำแป้งสด)
  2. เบ้าขนมครก
  3. กาสำหรับหยอดแป้ง
  4. ลูกประคบ (ทำด้วยกากมะพร้าวห่อด้วยผ้าขาว)
  5. ช้อนสำหรับแคะขนมครก

ที่มา http://auto.igetweb.com/index.php?mo=3&art=509613